Mazda MX-5 มาสด้า เอ็มเอ็กซ์ 5

Published Post author

สวัสดีค่ะ วันนี้มาพบกับรถยนต์สุดหรูสายพันธุ์สปอร์ต ค่ายมาสด้า นั่นคือ Mazda MX-5 มาสด้า เอ็มเอ็กซ์ 5 รูปโฉมภายนอกสวยงามบาดใจ โฉบเฉี่ยวที่ใครก็ต้องหันมอง ภายในกว้างขวางสง่างามนั่งสบาย เปี่ยมด้วยสมรรถนะที่เต็มไปด้วยขุมพลัง 2,000 ซีซี

มีให้เลือกด้วยกันถึง สองรุ่น คือ 2.0 Sport RHT Premium Standard และ 2.0 Sport RHT Premium Black Edition

โดยมีมิติรถดังต่อไปนี้ ความยาว 4,020 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,720 มิลลิเมตร ความสูง 1.255 มิลลิเมตร

capture-20151105-143025

Mazda MX-5 มาสด้า เอ็มเอ็กซ์ 5 มีอุปกรณ์ภายนอกดังนี้

  • หลังคาเปิดประทุนแบบเปิดปิดไฟฟ้า
  • ไฟหน้าฮาโลเจนหรือโปรเจคเตอร์ตกแต่งด้วยสีรมดำหรือโครเมียม
  • ไฟเบรกดวงที่สาม
  • ไฟตัดหมอกหน้า
  • กระจกกรองแสงรอบคัน
  • กระจกหน้าอัดซ้อนนิรภัย
  • มือจับประตูด้านนอกสีเดียวกับตัวรถพร้อมตกแต่งด้วยแถบโครเมียม
  • กระจกมองข้างปรับไฟฟ้าด้วยสีเดียวกับตัวรถ

รูปภายนอกของ Mazda MX-5 มาสด้า เอ็มเอ็กซ์ 5

capture-20151105-143052

 

capture-20151105-143120

 

capture-20151105-143146

 

capture-20151105-143215

สีภายนอกของ Mazda MX-5 มาสด้า เอ็มเอ็กซ์ 5

capture-20151105-143258

 

capture-20151105-143339

 

capture-20151105-143418

 

capture-20151105-143451

 

capture-20151105-143557

 

capture-20151105-143626

 

capture-20151105-143700

 

capture-20151105-143753

สีภายในของ Mazda MX-5 มาสด้า เอ็มเอ็กซ์ 5

capture-20151105-143821

อุปกรณ์ภายในของ Mazda MX-5 มาสด้า เอ็มเอ็กซ์ 5

  • มาตรวัดสปอร์ตสีเทาดำ
  • คอนโซลมาตรวัดแบบสปอร์ต
  • คอนโซลหน้าและพวงมาลัยตกแต่งด้วยโทนสีเทาดำ
  • เบาะหนังทรงสปอร์ต
  • มือจับเปิดประตูด้านในสีเงิน
  • เซ็นทรัลล็อก พร้อมรีโมทคอนโทรล
  • นาฬิกาดิจิตอล
  • พวงมาลัยสามก้านหุ้มหนังสไตล์สปอร์ตปรับสูงต่ำได้
  • ที่ปรับน้ำฝนแบบปรับจังหวะ
  • ระบบป้องกันลมย้อนกลับ
  • เครื่องเสียง BOSE
  • วิทยุ พร้อมเครื่องเล่น CD MP3
  • สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัย
  • ช่องเชื่อมต่อ AUX
  • ลำโพงรอบทิศทาง

รูปภายในของ Mazda MX-5 มาสด้า เอ็มเอ็กซ์ 5

capture-20151105-143903

 

capture-20151105-143938

ระบบเสียงคุณภาพเยี่ยมจาก Bose พร้อมลำโพงคุณภาพสูง 7 ตัวและเซ็นเซอร์ปรับระดับความดังของเสียงอัตโนมัติเมื่อหลังคาถูกเปิดออก

capture-20151105-144206

ที่วางแก้ว

capture-20151105-144250

เบาะหนังที่ตกแต่งด้วยเส้นด้ายคู่ Double – stitching เน้นความสปอร์ตหรูโดยใช้วัสดุเกรดพรีเมี่ยม

capture-20151105-144335
ช่องเก็บสัมภาระเล็กหรือใหญ่มีจัดไว้พร้อมสรรพ ที่ตำแหน่งเก็บของด้านข้างประตู

 

capture-20151105-144430
แผงคอนโซลหน้าแบบ T-shape ตกแต่งด้วยโทนสีเทาดำ ดีไซน์ลงตัวกับเบาะหนังที่ตกแต่งด้วยเส้นด้ายคู่ Double – stitching โทนสีใหม่

capture-20151105-144524
ห้องเก็บสัมภาระที่ส่วนท้ายให้ความจุถึง 150 ลิตร เป็นที่เก็บชุดเครื่องมือประจำรถและสัมภาระอื่นๆ โดยแยกพื้นที่ต่างหากเพื่อพับเก็บหลังคาขณะเปิดประทุน สั่งเปิด-ปิดหลังคาได้ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที

อุปกรณ์ความปลอดภัยของ Mazda MX-5 มาสด้า เอ็มเอ็กซ์ 5

  • กุญแจรีโมทแบบพับเก็บได้
  • กุญแจนิรภัย
  • ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย
  • ระบบเบรก ABS/ EBD
  • ระบบควบคุมการทรงตัว DSC
  • ระบบควบคุมเกียร์ AAS
  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้า

 

capture-20151108-123324

ใน Mazda MX-5 มาสด้า เอ็มเอ็กซ์ 5 เครื่องยนต์ แบบ MZR , 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว ระบบควบคุมวาล์วแปรผัน VVT และ VIS

capture-20151108-123405

 

capture-20151108-123434

 

capture-20151108-123505

 

สิงหาคม 17, 2016

ธรรมะคืออะไร

Published Post author

76896785

ธรรมะคืออะไร จากตำราที่ทางกระทรวงศึกษาธิการกำหนดให้นักเรียนเรียนนั้นบอกว่า ธรรมะคือ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ถ้าธรรมะมีความหมายแต่เพียงเท่านี้ คิดว่ามันจะสำเร็จประโยชน์อะไรที่ตรงไหน และอย่างได้เข้าใจไปว่าธรรมะนี้พระพุทธเจ้ากำหนดขึ้นมาเพื่อให้เป็นกฎ แต่จริงแล้วธรรมะนี้เป็นธรรมชาติ คือมีอยู่เองแล้ว มิได้มีใครสร้างขึ้น เพียงแต่พระพุทธเจ้าทรงฝึกฝนอบรมตนจนตรัสรู้ในตัวธรรมชาตินี้ทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วนำออกมาเปิดเผยเท่านั้น ธรรมะคือธรรมชาติ ธรรมะคือตัวกฎของธรรมชาติ ธรรมะคือหน้าที่ตามกฎของธรรมชาติ ธรรมะคือผลของหน้าที่ตามกฎของธรรมชาติ

ธรรมะคือธรรมชาติ ธรรมชาตินั้นรวมทุกสิ่งทุกอย่าง แม้มนุษย์ก็เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติเหมือนกัน ในความคิดของคนส่วนใหญ่แล้ว มักจะแยกมนุษย์ออกจากธรรมชาติ จนมีความคิดที่จะพิชิตธรรมชาติหรือเอาชนะธรรมชาติ อยู่เหนือธรรมชาติ อย่างพวกตะวันตกนั้นเขามีความคิดอย่างนี้ เขาจึงพยายามพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆหมายเอาชนะธรรมชาติให้ได้ อากาศมันร้อนนักก็สร้างเครื่องทำความเย็นขึ้นมา ถ้าอากาศมันหนาวนักก็สร้างเครื่องทำความร้อนขึ้นมา และอื่นๆอีกมากมาย พวกเขามีความรู้สึกว่ากำลังเอาชนะธรรมชาติได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วเขาเพียงสามารถป้องกันความร้อนจากธรรมชาติได้ในระดับหนึ่ง เท่านั้น ซึ่งเป็นส่วนน้อยนิดเดียว เพียงในห้องเล็กๆ หรือในตึกเท่านั้น แต่กลับทำให้เกิดปัญหาอันใหญ่หลวงขึ้นมา เครื่องทำความเย็นนี้ทำให้โลกมีความร้อนมากยิ่งขึ้นไปทุกทีๆ เพราะสารซีเอฟซีที่ปล่อย ออกมา ก่อให้เกิดสภาวะเรือนกระจก

ธรรมะคือตัวกฎของธรรมชาติ ทุกสิ่งทุกอย่างจะดำเนินไปตามกฎธรรมชาติ เมื่อเกิดขึ้นมาแล้วก็จะเติบโตเป็นหนุ่มเป็นสาว แล้วก็เปลี่ยนแปลงเข้าสู่วัยชรา และในที่สุดก็จะตายลง เมื่อมีเกิดก็ต้องมีตาย ถ้าไม่เกิดก็ไม่ตาย ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีเหตุ เมื่อมีเหตุเป็นตัวเริ่มแล้วก็จะดำเนินไปตามกฎธรรมชาติ เมื่อมีเหตุให้เกิด การเกิดนี้ก็เป็นเหตุให้มีความดับไปเป็นธรรมดา แม้แต่จักรวาลทั้งหลายก็เป็นไปตามกฎของธรรมชาติด้วยทั้งสิ้น

ธรรมะคือหน้าที่ตามกฎของธรรมชาติ อาจจะยังมีความสงสัยอยู่ว่าหน้าที่ตามกฎธรรมชาติเป็นอย่างไร หน้าที่คือการกระทำที่ ถูกต้อง อาจจะยังสงสัยต่ออีกว่าถูกต้องอย่างไร ก็ถูกต้องแก่ความเป็นมนุษย์ แล้วแก่ความเป็นมนุษย์อย่างไร ก็แก่ความเป็นมนุษย์ทุกขั้นทุกตอน แล้วมันทุกขั้นทุกตอนอย่างไรล่ะ ก็ทุกขั้นทุกตอนแห่งวิวัฒนาการของตนๆนั่นอย่างไรล่ะ ถ้าเราเข้าใจธรรมะได้อย่างนี้ จะสำเร็จประโยชน์มากกว่าที่ว่าธรรมะคือคำสั่งสอนของ พระพุทธเจ้า ขอให้ช่วยจำกันเอาไว้ว่า ธรรมะคือหน้าที่ หน้าที่คือการกระทำที่ถูกต้องแก่ความเป็นมนุษย์ทุกขั้นทุกตอนแห่งวิวัฒนาการ ของตนๆ

ธรรมะคือผลของหน้าที่ตามกฎของธรรมชาติ ก็เป็นผลที่ได้รับจากการทำหน้าที่ เป็นครูเป็นอาจารย์ ก็ทำหน้าที่ของครูของอาจารย์ให้ถูกต้อง ก็จะได้ผลออกมาดีถูกต้องคือได้ลูกศิษย์ที่ดีมีคุณธรรม มีคุณภาพ เป็นเจ้าหน้าที่การเงินก็ทำหน้าที่ให้ถูกต้อง เป็นชาวนาชาวสวนก็ทำหน้าที่ให้ถูกต้อง เป็นหมอแพทย์ และอื่นๆ ก็ทำหน้าที่ให้ถูกต้อง เมื่อทำหน้าที่อย่างถูกต้องแล้ว ก็จะไม่มีการคดโกงเลย เพราะว่ามันไม่ได้มีหน้าที่คดโกง มีหน้าที่ในการทำผลงานออกมาให้ดีให้ถูกต้องที่สุด นี่แหละผลของการทำหน้าที่ให้ถูกต้อง ก็จะได้ผลที่ถูกต้องเป็นที่หน้าพอใจอย่างที่สุด

สิงหาคม 17, 2016

ธรรมะ หรือ คำสั่งเสียของหลวงตามหาบัว ที่ให้ไว้ก่อน ละสังขาร

Published Post author

968482

ธรรมะ หรือ คำสั่งเสียของหลวงตามหาบัว ที่ให้ไว้ก่อน ละสังขาร

“มือของครูอาจารย์ กับมือของลูกศิษย์ลูกหา
ญาติมิตรเพื่อนฝูง เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
ใช้แทนกันได้ ไว้ใจกันได้”

สิงหาคม 17, 2016

Mitsubishi ครอสโอเวอร์ อินโด

Published Post author

72159

ช่วงนี้เราได้ยินข่าวรถยนต์รุ่นใหม่ๆเปิดตัวในประเทศอินโดนีเซียหลายรุ่นจริงๆ ทำนักขับชาวไทยต้องอิจฉาไปตามๆกันและล่าสุดมีข่าว มิตซูบิชิมอเตอร์คอร์ปอเรชั่นเตรียมเปิดตัวรถต้นแบบครอสโอเวอร์เอ็มพีวีรุ่นใหม่ในงานมหกรรมรถยนต์ Gaikindo Indonesia International Auto Show 2016 ประเทศอินโดนีเซีย วันที่ 11 สิงหาคมที่จะถึงนี้ ต้องยอมรับว่า Honda BR-V คือครอสโอเวอร์ขนาดกลางที่เปิดตัวแรงจริงๆงานนี้มิตซูบิชิ ไม่นิ่งนอนใจหวังฉวยตลาดครอสโอเวอร์ขนาดกลางเหมือนกันและพร้อมท้าชนด้วยการออกแบบที่โดดเด่นมากกว่า ภายนอกรถต้นแบบดังกล่าวออกแบบภายใต้แนวคิด Dynamic Shield เช่นเดียวกับมิตซูบิชิรุ่นใหม่ๆ รูปลักษณ์ภายนอกออกแบบให้ดูกว้างเป็นพิเศษ สร้างความมั่นคง แต่ยังคงความสูงของใต้ท้องรถเพื่อให้สามารถใช้อย่างอเนกประสงค์มากขึ้น สำหรับข้อมูลยังไม่ได้เปิดเผยมากแต่แน่ๆคือ มันจะเป็นคู่แข่งตัวสำคัญของ BR-V อย่างไม่ต้องสงสัยดังนั้นโปรดติดตามหลัง 11 สิงหาคมนี้ รับรองว่าจะมีการเผยรายละเอียดมากกว่านี้

ส่งข่าวโดย carMagazineonline

กรกฎาคม 24, 2016

สุขทุกลมหายใจ

Published Post author

784541112111212112
ตราบใด ที่เรายังมีลมหายใจ ความสุข ก็หาใช่สิ่งไกลตัวไม่ ที่จริงแล้ว ความสุขอยู่ที่ลมหายใจนั้นเอง เพียงแค่ น้อมจิตมาอยู่ที่ลมหายใจทั้งเข้า และออก รับรู้สัมผัสที่ปลายจมูก เบา ๆ พร้อมกับวางความนึกคิดทั้งปวง ก็จะสัมผัสได้ ถึงความสงบเย็น โปร่ง โล่ง เบา สบาย

ความสุขนั้น มีอยู่กับเราตลอดเวลา เป็นแต่เรามองไม่เห็นเอง เพียงแค่หันมาชื่นชมสิ่งที่เรามีอยู่ ก็เป็นสุขได้ไม่ยาก หลายครา เรามัวนึกถึงสิ่งที่ตนยังไม่มี หรือสิ่งที่สูญเสียไป ความทุกข์ จึงกลุ้มรุมจิตใจ และเมื่อใด ที่หวนอาลัยอดีต หรือกังวลกับอนาคต ใจก็ปิดรับความสุขในปัจจุบันขณะทันที ไม่ต้องมองหาความสุขที่ไหน แค่เปิดใจรับรู้สิ่งดี ๆ ที่มีอยู่รอบตัว รวมทั้งหยั่งใจให้สัมผัสถึงความสงบเย็นภายใน ก็จะพบสิ่งที่แสวงหามาช้านาน

ในยามที่จิตใจเป็นทุกข์ เพียงแค่เป็นมิตรกับลมหายใจ ก็จะพบว่าลมหายใจสามารถดับความรุ่มร้อนภายใน ปลดเปลื้องความหนักอึ้งไปจากจิตใจ มีความโปร่งเบามาแทนที่ “ความสุขนั้นมีอยู่กับเราแล้วทุกขณะ หากวางใจให้เป็นก็เห็นความสุขได้ไม่ยาก”

กรกฎาคม 10, 2016

ทุกข์ที่สุดอยู่ที่ไหน ขุมทรัพย์ก็มีอยู่ที่นั่น

Published Post author

85465127

ทุกข์ที่สุดอยู่ที่ไหน สุขที่สุดมันก็อยู่ที่นั่น นี่เป็นความจริง เมื่อ มีความทุกข์ หยุดทำ หยุดพูด หยุดคิด ตั้งสติใช้ปัญญา อาศัยอดทน อดกลั้น หยุดทุกสิ่งทุกอย่างไว้ก่อน ไม่ต้องคิดที่จะแก้ปัญหาภายนอก กำหนดรู้ลมหายใจออกยาวๆ ลมหายใจเข้าลึก ๆ ให้มีสติ มีความรู้สึกตัวกับลมหายใจเข้า ลมหายใจออกติดต่อกัน ต่อเนื่องกัน มีสมาธิตั้งมั่นกับลมหายใจ ปล่อยวางความรู้สึกที่ไม่ดี ปล่อยวางจิตใจให้ว่าง ๆ

ว่างจากอดีต ว่างจากอนาคต ว่างจากความไม่สบายใจ เหลือแต่จิตที่มีแต่ความรู้สึกตัว เบิกบานใจ โอปนยิโก น้อมเข้าไปหาธรรมชาติของจิตที่เ​ป็นประภัสสร บริสุทธิ์ผ่องใส เมื่อจิตสงบสบายแล้ว จึงค่อย ๆ คิดแก้ปัญหาด้วยสติปัญญา เมื่อจิตใจดี สบายใจทุกอย่างแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะค่อย ๆ ดีขึ้น ให้มีความหวัง กำลังใจที่จะต่อสู้ ไม่ว่าจะมีวิกฤติหรือเหตุการณ์ใ​ดเกิดขึ้นกับเรา สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตคือรั​กษาใจของเราให้ดี ให้มีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เป็นคุณธรรมประจำใจของเรา

เทศนาธรรมโดย พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก

กรกฎาคม 10, 2016

เทคโนโลยีกล้องส่องหลัง

Published Post author

เทคโนโลยีใหม่ๆอำนวยความสะดวกสบายและความปลอดภัยให้คุณมากขึ้นทุกวัน มันเป็นเรื่องดีเลยทีเดียว โดยเฉพาะกล้องส่องหลังเพราะเราไม่รู้เลยว่าเวลาถอยมุมอับที่มองไม่เห็นมันมีอะไร ดังนั้นกล้องส่องหลังจึงสำคัญมากๆ และล่าสุดญิปุ่นได้เผยเทคโนโลยีในอนาคตคือกล้องส่องแทนกระจกข้างที่ช่วยให้ท่านถอยรถและระวังรถดันข้างช่วยเพิ่มปลอดภัยอีกระดับหนึ่ง เราเข้าใจหลักการทำงานของกระจกมองข้างดีแต่ยังไม่มีใครคิดจะวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีกล้องส่องข้างเพื่ออำนวยความสะดวก หรือ ว่ามันไม่จำเป็นคือเหลือบตามองนิดเดียวก็ได้แล้ว อันนี้ก็แล้วแต่บุคคลแล้วกัน แต่ถ้ามีเทคโนโลยีกล้องส่องข้าง มันจะช่วยลดเวลา และ เพิ่มมุมอับอีกด้วยผมว่ามันก็ไม่เลวร้ายเลย ล่าสุดรัฐบาลญี่ปุ่นอนุญาติให้ผู้ผลิตรถยนต์ออกแบบและติดตั้งกล้องส่องหลังแทนกระจกข้างได้อย่างถูกต้องตามกฏหมายแล้ว ซึ่งปัจจุบันได้มีบริษัท Ichikoh ซัพพลายเออร์อุตสาหกรรมยานยนต์ในญี่ปุ่นเป็นผู้รับผิดชอบการผลิต กล้องส่องหลังแทนที่กระจกมองข้างพร้อมเปิดตัวในเดือนสิงหาคมนี้ โดยคาดว่าจะมีรถญี่ปุ่นรุ่นใหม่ติดตั้งเทคโนโลยีนี้ 29% และจำหน่ายในญี่ปุ่นปี 2023
7775866452

กรกฎาคม 10, 2016

กระบะ Ford Ranger

Published Post author

78998777789

Ford Ranger ใหม่มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2 รุ่นให้เลือก

เครื่องยนต์ ดีเซลเทอร์โบ TDCi ขนาด 2.2 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 160 แรงม้า (PS) แรงบิตสูงสุดที่ 385 นิวตัน-เมตร

เครื่องยนต์ดีเซล TDCi ขนาด 3.2 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 200 แรงม้า (PS) แรงบิตสูงสุดที่ 470 นิวตัน-เมตร

มาพร้อมกับ ระบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และอัตโนมัติ 6 สปีต ระบบควบคุมความเร็วขณะลงเขาเบรกจะทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อต้องการ เพื่อชะลอความเร็วของรถในขณะลงเขา และในสภาวะพื้นผิวถนนที่ท้าทาย ระดับความเร็วจะปรับได้โดยการเหยียบคันเร่งหรือการปรับระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติบนพวงมาลัย ระบบช่วยออกตัวในทางลาดชันหมดกังวลกับการไหลของรถเมื่อออกตัวหรือถอยหลังขึ้นเนิน เพราะเบรกจะยังคงทำงานอยู่ถึงสองวินาทีหลังจากที่คุณคลายเท้าจากแป้นเบรกเพื่อเหยียบคันเร่ง ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีระบบจะตรวจสอบความเร็วและการยึดเกาะถนนของทุกล้อ และเบรกหรืออัตราการเร่งจะทำงานโดยอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มอัตราแรงยึดการยึดเกาะพื้นถนนให้สูงสุดและการป้องกันล้อหมุนฟรี Ford Ranger 2016 มีสีให้เลือกทั้งหมด 8 สีให้เลือกได้แก่ Pride Orange , Cool White (สีขาว)* , Black Mica (สีดำ)* , Aluminium Metallic* , Metropolitan Grey (สีเทา)* , True Red (สีแดง) , Aurora Blue (สีน้ำเงิน) , Reflex Blue

ราคา All New Ford Ranger Standard 2016

2.2L XL 4×2 Low-Rider ราคา 549,000 บาท

2.2L SWB HP 4×2 HR 6MT ราคา 575,000 บาท

3.2L SWB 4×4 w/TMS 6AT ราคา 749,000 บาท

ราคา All New Ford Ranger Open Cab 2016

รุ่น Open Cab 2.2L 4×2 6MT ราคา 599,000 บาท

รุ่น Open Cab 2.2L XLS 4×2 6MT ราคา 659,000 บาท

รุ่น Open Cab 2.2L XLT HP 4×2 HR 6AT ราคา 789,000 บาท

รุ่น Open Cab 2.2L XLT 4×4 6MT ราคา 809,000 บาท

รุ่น Open Cab 3.2L XLT 4×4 6MT ราคา 859,000 บาท

ราคา All New Ford Ranger Open Cab Hi-rider 2016

รุ่น Open Cab 2.2L XLS 4×2 HR 6MT ราคา 699,000 บาท

รุ่น Open Cab 2.2L XLT 4×2 HR 6AT ราคา 749,000 บาท

รุ่น Double Cab 2.2L XLT 4×2 HR 6AT ราคา 789,000 บาท

ราคา All New Ford Ranger Double Cab Hi-rider 2016

รุ่น Double Cab 2.2L XLS 4×2 HR 6MT ราคา 789,000 บาท

รุ่น Double Cab 2.2L XLT 4×2 HR 6MT ราคา 829,000 บาท

รุ่น Double Cab 2.2L XLT 4×2 HR 6AT ราคา 869,000 บาท

รุ่น Double Cab 2.2L XLT 4×4 6MT ราคา 909,000 บาท

รุ่น Double Cab 3.2L XLT 4×4 6AT ราคา 1,019,000 บาท

ราคา All New Ford Ranger Double Cab Wildtrak 2016

รุ่น 2.2 Wildtrak Hi-rider M/T 945,000 บาท

รุ่น 2.2 Wildtrak Hi-rider A/T 985,000 บาท

รุ่น 2.2 Wildtrak 4×4 A/T 1,090,000 บาท

รุ่น 3.2 Wildtrak 4×4 A/T MY2016 1,189,000 บาท

เพิ่มออฟชั่น Option Safety Package 4 รายการ

– ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบรักษาระยะห่าง Adaptive Cruise Control

– ระบบเตือนการชนด้านหน้า Forward Collision Warning System

– ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในช่องจราจร Lane Keeping System

– ระบบช่วยเตือนการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ Driver Alert System

เช็คข้อมูลเพิ่มได้ที่เว็บรถกระบะตามลิ้งที่ท่านเห็นนี้ http://www.automotor789.com/search/%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B0/

มิถุนายน 9, 2016

พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร

Published Post author

9873333

ประวัติพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร เป็นพระที่มีเมตตา จนได้รับการยกย่องเป็นเทพเจ้าแห่งอีสาน ไม่ว่าท่านจะไปอยู่ ณ ที่ใด ผู้คนพากันไปกราบไหว้ท่านด้วยความเคารพ และพระอาจารย์ฝั้น อาจาโรจะต้อนรับทุกคนอย่างเสมอหน้ากัน ไม่มีเด็กไม่มีผู้ใหญ่ ไม่มีคนจนคนรวย ไม่มีข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยทุกคนได้รับความเมตตาเอื้ออาทรเสมอหน้ากันทุกคน ท่านไม่เคยต้อนรับใครเป็นพิเศษ ท่านจึงเป็นพระของประชาชน พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร เดิมชื่อฝั้น สุวรรณรงค์ เกิดวันที่ ๒๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๔๒ ที่ตำบลพรรณานิคม อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร บิดาชื่อเจ้าไชยกุมาร (เม้า) สุวรรณรงค์ มารดาชื่อ นุ้ย สุวรรณรงค์ มีพี่น้อง ๘ คน พระอาจารย์ ฝั้น อาจาโรเป็นบุตรคนที่ ๔ ได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดโพนทอง บ้านบะทอง ตำบลพรรณานิคม อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร โดยประมาณปี พ.ศ. ๒๔๖๑ และในปี พ.ศ. ๒๔๖๒ พระอาจารย์ ฝั้น อาจาโร มีอายุครบอุปสมบทเป็นพระในฝ่ายมหานิกาย มีพระครูป้อง (ป้อง นนทเสน) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์นวล เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์สังข์เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ที่วัดสุทธิบังคม ตำบลไร่ อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ท่านได้จำพรรษาอยู่วัดสุทธิบังคม เมื่อออกพรรษาท่านมาอยู่ที่วัดโพนทอง บ้านบะทอง กับพระอาญาครูธรรม บ้านเกิดของท่านและได้ปฏิบัติฝึกกรรมฐานภาวนาครั้งแรกกับพระอาญาครูธรรม พระอาจารย์ฝั้นได้พบกับพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. ๒๔๖๓ ที่วัดป่าภูไทสามัคคี พร้อมด้วยพระอาญาครูดี และภิกษุกู่ ธัมมทินโน พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร พร้อมทั้งคณะถวายตัวเป็นศิษย์ของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ต่อมาพระอาจารย์ฝั้น อาจาโรและคณะได้พบกับ พระอาจารย์ดูลย์ อตุโล ที่วัดโพธิ์ชัย บ้านม่วงไข่ ตำบลพรรณานิคม อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ได้ศึกษาวิธีฝึกจิตภาวนาเบื้องต้น ต่อมาพระอาจารย์ดูลย์ อตุโล ได้นำพระอาจารย์ฝั้น อาจาโรและคณะไปพบกับพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ที่บ้านตาลโกน ตำบลตาลเนิ้ง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ท่านได้ศึกษาอุบายวิธีการภาวนาจากพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโตอย่างลึกซึ้งและได้ไปพบกับพระอาจารย์เสาร์ กันตสีโล แนวป่าที่บ้านหนองดินดำ ใกล้บ้านตาลโกน และไปพบพระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม ที่บ้านหนองหวาย ท่านได้ศึกษาปฏิบัติธรรมและต่อมาพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ออกจากสำนักของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโตไปวิเวกที่พระพุทธบาทบัวบก อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี สภาพภูมิประเทศเป็นภูเขามีความเงียบสงบ พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ได้เปลี่ยนนิกายใหม่เป็นธรรมยุติกนิกาย เมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๘ ที่วัดโพธิสมภรณ์ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี มีท่านเจ้าคุณพระธรรมเจดีย์ เป็นอุปัชฌาย์ พระอาจารย์รถ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์มุก เป็นอนุสาวนาจารย์ ในพรรษาที่ ๑ ท่านได้เปลี่ยนนิกาย ญัตติเป็นธรรมยุต ได้อยู่กับพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ที่วัดอรัญญวาสี อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย เมื่อออกพรรษาพระอาจารย์ฝั้น อาจาโรท่านได้เที่ยวบำเพ็ญเพียรแสวงหาความวิเวก ตามป่าช้า ป่าชัฏ ตามถ้ำ ภูเขา ป่า ไปตามจังหวัดอุดรธานี นครพนม อุบลราชธานี ยโสธร อำนาจเจริญ มุกดาหาร ขอนแก่น นครราชสีมา กรุงเทพฯ เชียงใหม่ หนองคาย เมืองเชียงตุง เป็นต้น ท่านเป็นพระที่มีความเคารพอ่อนน้อมกับพระเถระผู้ใหญ่ที่เป็นครูบาอาจารย์มาก ถ้าท่านไปอยู่กับพระอาจารย์รูปใดหรือหมู่ใดจะไม่ได้รับความหนักใจ ท่านจะปฏิบัติด้วยความเคารพและเลื่อมใสในพระธรรมวินัย ด้วยความมั่นคงอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา พระอาจารย์ฝั้น อาจาโรเป็นพระที่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดและใจดี เป็นที่รักของคนทั่วไป วาระสุดท้ายของพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบได้มาถึงในวันที่ ๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๐ เวลา ๑๙.๕๐ น. พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ได้มรณภาพที่วัดป่าอุดมสมพร ตำบลพรรณานิคม อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร รวมอายุได้ ๗๘ ปี ในสมัยที่พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร มีชีวิตอยู่ มักสอนศิษย์เสมอ ๆ ว่า ทุกคนจะต้องเข้ามหายุทธสงครามสักวันหนึ่ง คือการต่อสู้กับมัจจุราช เมื่อถึงวันนั้นแต่ละคนจะต้องสู้เพื่อตนเอง และสู้โดยลำพัง ผู้ที่สู้ได้ดีจะไปดี คือไปสุคติ ผู้ที่เพลี่ยงพล้ำจะไปร้ายคือไปสู่ทุคคติ อาวุธที่จะใช้ต่อสู้มีสิ่งเดียวคือสติ ซึ่งสร้างสมได้ด้วยจิตภาวนา คำสอนที่เป็นอมตะที่พระอาจารย์ฝั้นมักสอนอยู่เสมอ ๆ เกี่ยวกับเรื่องจิตเป็นหลัก

มิถุนายน 3, 2016

หลวงพ่อดำ วัดตุยง

Published Post author

456788544111

พระราชพุทธิรังษี (หลวงพ่อดำ) เป็นพระสงฆ์ที่ชาวไทยพุทธเลื่อมใสศรัทธาว่าท่านเป็นพระที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัย และมีวาจาศักดิ์สิทธิ์

ปัจจุบันทางวัดมุจลินทวาปีวิหาร (วัดตุยง) ได้สร้างศาลาประดิษฐานรูปปั้นหลวงพ่อดำเพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้เคารพสักการะ

หลวงพ่อดำ มีนามเดิมว่า ดำ นามสกุล จันทรักษ์ เกิดวันเสาร์ที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๓๗ ที่ตำบลนาทับ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา บิดามีนามว่า หลวงจรานุรักษ์เขตร (พลับ จันทรักษ์) มารดามีนามว่า นางพ่วนเหนี่ยว จันทรักษ์ เด็กชายดำ จันทรักษ์ เริ่มการศึกษาที่บ้าน โดยเรียนกับบิดาจนอ่านออกเขียนได้ จนถึงอายุได้ ๑๙ ปี จึงบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดนาทับ ได้ศึกษาหนังสือขอม ทั้งขอมไทยและขอมบาลีจนเชี่ยวชาญ ระหว่างที่เป็นสามเณรได้เกิดอาพาธจึงได้ลาสิกขาชั่วคราว เหตุผลเพราะยาโบราณต้องผสมสุรา

เมื่อหายอาพาธแล้วจึงได้กลับมาอุปสมบทในขณะที่มีอายุ ๒๒ ปี ได้นามฉายาครั้งแรกว่า “นนฺทิยมาโน” ต่อมาได้เดินทางไปกรุงเทพฯ โดยได้ไปจำวัดที่วัดบวรนิเวศวิหาร สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ (หม่อมเจ้าภุชงค์) วัดราชบพิธ ได้ทรงเปลี่ยนนามฉายาให้ใหม่เป็น “นนฺทิโย” ซึ่งเป็นคำนาม แปลว่า “ผู้เป็นที่ตั้งแห่งความเพลิดเพลิน” แล้วทรงฝากให้ศึกษาพระปริยัติธรรมทั้งแผนกสามัญและแผนกบาลีที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ โดยมิได้เข้าสอบสนามหลวง โดยท่านได้เดินทางกลับปัตตานีอีกครั้ง

มาประจำอยู่ที่วัดมุจลินทวาปีวิหาร อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี และได้เปิดสอนนักเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม ขึ้นที่วัดมุจลินทวาปีวิหาร โดยท่านสามารถสอบนักธรรมชั้นตรีได้ ซึ่งข้อสอบทุกวิชาจะมีวิชาละ ๑๔ ข้อ (ต่อมา พ.ศ. ๒๔๘๐ เปลี่ยนข้อสอบเหลือเพียง ๗ ข้อเท่านั้น) ใครสอบผ่านได้จะต้องใช้ความเพียรและใข้สติปัญญาอย่างมาก หลวงพ่อดำ จำพรรษาที่วัดมุจลินทวาปีวิหารตลอดมา จนถึงวาระมรณภาพ โดยมีตำแหน่งและสมณศักดิ์ต่างๆ ดังนี้

วันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๔๖๔ เป็นฐานานุกรมของพระครูพิบูลย์สมณวัตร (หลวงพ่อชุม) เจ้าอาวาสวัดมุจลินทวาปีวิหารที่ “พระใบฎีกา”

วันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๖ พระเทพญาณโมลี เจ้าคณะจังหวัดปัตตานี ได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง “เจ้าคณะหมวดตุยง”

วันที่ ๑๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๗๗ พระเทพญาณโมลี เจ้าคณะจังหวัดปัตตานี ได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง “ผู้ช่วยเจ้าคณะแขวงตุยง”

วันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๒ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์สัญญาบัตรเป็นที่ “พระครูกนิตสมณวัตร”

วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๕ ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้รักษาการในตำแหน่งสาธารณูปการจังหวัดปัตตานี

วันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๕ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์สัญญาบัตรเป็นพระราชาคณะ (เจ้าคุณ) ชั้นสามัญที่ “พระมุจลินทโมลี”

วันที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๕ ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะจังหวัดปัตตานี

วันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์สัญญาบัตรเป็นพระราชาคณะ ชั้นราชที่ “พระราชพุทธิรังษี”

พระราชพุทธิรังษี หรือหลวงพ่อดำ ได้บริหารคณะสงฆ์และงานก่อสร้างสังฆเสนาสนะตลอดถึงงานทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยประหนึ่งปาฏิหาริย์ ทั้งนี้เป็นเพราะปาฏิหาริย์ประพฤติดีประพฤติชอบ โดยงานก่อสร้างแม้จะเต็มมือ แต่ก็ยังคงปฏิบัติสมณกิจอย่างสม่ำเสมอ และท่านยังได้เดินจงกรมตั้งแต่เวลา ๑๙.๐๐ – ๒๒.๐๐ น. เป็นประจำ อีกทั้งยังเข้าห้องนั่งสมาธิตลอดมาจนถึงวาระสุดท้าย ท่านได้มรณภาพเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๗ รวมอายุได้ ๙๐ ปี พุทธศาสนิกชนส่วนมากเรียกท่านว่า “หลวงพ่อดำ” ชาวพุทธจากที่ต่างๆ เมื่อเดินทางมาจังหวัดปัตตานี มักแวะมาเคารพสักการะรูปเหมือนหลวงพ่อดำที่วัดมุจลินทวาปีวิหาร อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ด้วยความรู้สึกที่เลื่อมใสศรัทธาตลอดมา

มิถุนายน 3, 2016